Key takeaway / Summary of topic answer

ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยและร่องแก้มลึก เกิดจากโครงสร้างผิวเสื่อมสภาพและไขมันบนหน้าเคลื่อนที่ลงล่างตามวัย การแก้ไขให้เห็นผลชัดเจนต้องเลือกตามระดับปัญหา ตั้งแต่การใช้เครื่องยกกระชับเพื่อเน้นคุณภาพผิว การใช้นวัตกรรม Hybrid เพื่อพยุงผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ไปจนถึงการร้อยไหมหรือผ่าตัดดึงหน้าในเคสที่หย่อนคล้อยมาก โดยการเลือกวิธีที่เหมาะสมจะช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนวัยและสุขภาพดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น ปัญหาที่สร้างความกังวลให้หลายคนคือการที่แก้มหย่อนคล้อยลงมาจนทำให้รูปหน้าเปลี่ยน จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดกลับกลายเป็นดูเหนื่อยล้า และมักตามมาด้วยปัญหาร่องแก้มลึกที่ทำให้ใบหน้าแลดูแก่กว่าวัย การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราเลือกแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม เพื่อคืนความมั่นใจให้ผิวหน้ากลับมาแลดูรัดตึงอีกครั้ง

แก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก คืออาการแบบไหน ?

ลักษณะของแก้มหย่อนคล้อย สังเกตได้จากเนื้อแก้มที่คล้อยต่ำลงมาปิดแนวกระดูกขากรรไกร ทำให้กรอบหน้าส่วนล่างดูหนาหรือเป็นก้อน ส่วนปัญหาร่องแก้มลึกมักเกิดจากเนื้อแก้มด้านบนตกลงมาทับบริเวณเหนือริมฝีปาก จนเกิดเป็นเส้นลึกพาดตั้งแต่ข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก อาการเหล่านี้ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมแลดูตกและไม่สดใส ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโครงสร้างพยุงผิวเริ่มอ่อนแอลง

ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร ?

1. โครงสร้างผิวและคอลลาเจนที่เสื่อมตามวัย

ในชั้นผิวหนังแท้ประกอบด้วยคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสปริงให้ความยืดหยุ่น เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายผลิตสารเหล่านี้ลดลง ผิวจึงเริ่มสูญเสียความสามารถในการสปริงตัว ส่งผลให้เนื้อแก้มที่เคยเต่งตึงเริ่มย้วยและคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง

2. ชั้นไขมันบนใบหน้าที่เคลื่อนและหย่อนลง

ใบหน้าคนเรามีถุงไขมันที่เรียงตัวกันเป็นสัดส่วน เมื่อเวลาผ่านไปถุงไขมันบริเวณแก้มส้มมักฝ่อตัวลงหรือเคลื่อนตำแหน่งต่ำลงมาด้านล่าง แรงยึดเหนี่ยวที่ลดน้อยลงทำให้ไขมันไหลมากองรวมกันบริเวณข้างแก้มและเหนือร่องแก้ม จึงเป็นสาเหตุให้แก้มดูห้อยและร่องแก้มดูลึกกว่าความเป็นจริง

3. กล้ามเนื้อใบหน้าและเอ็นยึดใบหน้าที่อ่อนแรง

ใต้ชั้นไขมันยังมีเอ็นยึดผิว (Retaining Ligaments) ที่ทำหน้าที่ยึดผิวหนังและไขมันให้ติดกับกระดูก เมื่อเอ็นเหล่านี้ยืดตัวออกตามกาลเวลา ผิวหน้าจึงขาด "ตัวยึด" ที่แข็งแรง ทำให้พวงแก้มทิ้งตัวลงมาด้านล่างอย่างเลี่ยงไม่ได้

4. พฤติกรรมที่เร่งให้แก้มหย่อนเร็วขึ้น

นอกเหนือจากปัจจัยภายใน การใช้ชีวิตประจำวันก็มีส่วนเร่งให้แก้มหย่อนคล้อยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น โดยสาเหตุหลักที่ควรระวัง มีดังนี้

  • แสงแดดและมลภาวะ : รังสี UV ในแสงแดดสามารถทะลุผ่านชั้นผิวเข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินโดยตรง ส่งผลให้โครงสร้างผิวอ่อนแอลงและสูญเสียความกระชับอย่างรวดเร็ว

  • น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว : การที่น้ำหนักตัวขึ้นหรือลงบ่อยครั้งทำให้ผิวหนังต้องยืดและหดตัวซ้ำ ๆ จนเสียความยืดหยุ่น เปรียบเสมือนยางยืดที่เสื่อมสภาพ ทำให้เนื้อแก้มห้อยตัวลงได้ง่าย

  • ไลฟ์สไตล์ที่บั่นทอนสุขภาพผิว : พฤติกรรมการพักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่ท่านอนที่กดทับใบหน้าด้านเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ล้วนเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการฟื้นฟูเซลล์ผิวและเร่งให้แก้มดูหย่อนคล้อยและดูเหนื่อยล้าเกินวัย

สังเกตสัญญาณแก้มหย่อนคล้อยด้วยตัวเอง

  • เคสเริ่มต้น : แก้มเริ่มคล้อยเล็กน้อย กรอบหน้าส่วนล่างยังพอเห็นชัด แต่เริ่มสังเกตเห็นร่องแก้มจาง ๆ เมื่อแสดงสีหน้า

  • เคสปานกลาง : เนื้อแก้มเริ่มตกลงมาบังแนวกระดูกขากรรไกร ร่องแก้มลึกชัดเจนขึ้นแม้ไม่ได้ยิ้ม เริ่มเห็นร่องน้ำหมากบริเวณมุมปาก

  • เคสรุนแรง : แก้มย้อยลงมาชัดเจนจนรูปหน้าเปลี่ยนเป็นทรงสี่เหลี่ยม ร่องแก้มลึกและเชื่อมต่อเป็นเส้นยาวไปจนถึงมุมปากและคาง

แก้มหย่อนคล้อย ทําไงดี ? รวมหัตถการยกกระชับให้ผิวแลดูรัดตึง

ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยจัดการปัญหาแก้มห้อยย้อยและร่องแก้มลึกมากมาย ซึ่งแต่ละวิธีจะแก้ไขปัญหาในชั้นผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ทรีตเมนต์พลังงานยกกระชับ (ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น)

นวัตกรรมกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้คลื่นพลังงานส่งผ่านความร้อนลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง

  • คลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูง (HIFU)

  • การทำงาน : มุ่งเป้าหมายไปที่ชั้น SMAS (ชั้นเนื้อเยื่อพยุงกล้ามเนื้อใบหน้า) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานจะทำให้เนื้อเยื่อส่วนนี้หดตัวเสมือนการเย็บกระชับผิวจากภายใน

  • ผลลัพธ์ : ช่วยดึงพวงแก้มที่ตกให้ยกกลับขึ้นไป ทำให้กรอบหน้าส่วนล่างคมชัด และแลดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นจากโครงสร้างจริงของร่างกาย

  • เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF)

  • การทำงาน : ใช้กระแสไฟฟ้าระดับอ่อนส่งความร้อนลงไปในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนกลับมาเรียงตัวเป็นระเบียบและหดกระชับขึ้น

  • ผลลัพธ์ : เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มเยอะ หรือผิวแก้มมีลักษณะนิ่มเหลว พลังงานจะช่วยกระชับชั้นไขมันและทำให้ผิวพรรณแลดูแน่น เนียนละเอียด และสุขภาพดีขึ้น

2. การใช้สารเติมเต็มผิวพยุงโครงสร้าง

ในกรณีที่แก้มหย่อนเพราะกระดูกทรุดหรือไขมันชั้นลึกฝ่อตัว การฉีดสารเติมเต็มที่มีความคงตัวสูงเข้าไปจะทำหน้าที่เสมือนเสาหลักช่วยพยุงเนื้อแก้มให้ยกกลับขึ้นไป ผลลัพธ์คือร่องแก้มแลดูตื้นขึ้นและใบหน้าแลดูอิ่มเอิบ

3. นวัตกรรม Hybrid ยกกระชับพร้อมเสริมโครงสร้างผิว

เทคโนโลยีที่ผสมผสานประสิทธิภาพของการเติมเต็มและการกระตุ้นการสร้างผิวใหม่เข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกพยุงไปพร้อมกับการฟื้นฟูคุณภาพผิว

  • การทำงาน : ตัวสารจะทำหน้าที่สองส่วนพร้อมกัน โดยส่วนแรกจะเข้าช่วยยกพยุงเนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยให้รัดตึงขึ้น และส่วนที่สองจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติภายในชั้นผิว

  • ผลลัพธ์ : ช่วยให้ผิวแก้มแลดูแน่นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นจากโครงสร้างภายใน ให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวแลดูอ่อนวัยในระยะยาว

4. ร้อยไหมยกกระชับหน้า

เทคนิคที่ใช้แรงดึงจัดระเบียบผิวให้ยกขึ้น โดยแพทย์จะใช้ไหมละลายที่มีเงี่ยงขนาดเล็กเข้าไปเกี่ยวเนื้อเยื่อใต้ผิวแล้วดึงเนื้อแก้มที่หย่อนให้ยกกลับขึ้นไป นอกจากจะเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้ไวแล้ว ตัวไหมยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่มาพยุงผิวในระยะยาวอีกด้วย

5. ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift)

ทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับรุนแรงหรือมีหนังส่วนเกินมาก แพทย์จะเปิดแผลเพื่อจัดเรียงชั้นกล้ามเนื้อแก้มใหม่ให้ตึงและตัดผิวหนังส่วนเกินออก แม้ต้องใช้เวลาพักฟื้นแต่จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคงอยู่ได้ยาวนานกว่าวิธีอื่น ๆ

ระยะเวลาพักฟื้นหลังทำหัตถการยกกระชับแก้ม

  • กลุ่มเครื่องมือพลังงาน (HIFU / RF) : ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือระบมใต้ผิวได้ประมาณ 1-2 วัน

  • การใช้สารเติมเต็ม : พักฟื้นสั้นประมาณ 1-3 วัน อาจพบรอยเข็มหรืออาการบวมตึงในจุดที่ฉีดเพียงเล็กน้อย 

  • นวัตกรรม Hybrid : พักฟื้นสั้นเพียง 1-3 วัน อาจมีอาการบวมจากตัวสารหรือรอยเข็มเล็กน้อยในช่วงแรก ก่อนที่สารจะเนียนไปกับผิวและเริ่มส่งผลให้ผิวดูรัดตึง

  • การร้อยไหม : ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3-7 วัน เพื่อให้รอยเข็มหรือรอยช้ำจากการดึงรั้งผิวจางลง และรอให้อาการตึงผิวขณะแสดงสีหน้าค่อย ๆ ลดลงจนเข้าที่

  • การผ่าตัดดึงหน้า : ต้องพักฟื้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อรอให้แผลสมานตัวและอาการบวมช้ำจากการผ่าตัดยุบลงเต็มที่

ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่อาจพบ

ตึงผิว บวมแดง หรือรู้สึกระบมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงแรกและมักจะหายไปเองตามธรรมชาติ

ข้อควรระวัง : แม้ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ควรรับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ และเพื่อให้ผิวพรรณได้รับการดูแลอย่างถูกต้องที่สุด

วิธีดูแลตัวเองหลังทำหัตถการเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน

  • หลีกเลี่ยงความร้อน : ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำหัตถการกลุ่มพลังงานหรือสารเติมเต็ม ควรเลี่ยงการเข้าซาวน่าหรือการเผชิญแสงแดดจัดเป็นเวลานาน

  • งดการนวดหน้าแรง ๆ : เพื่อป้องกันไม่ให้ไหมที่ร้อยไว้หรือสารที่เติมเข้าไปเคลื่อนตำแหน่งในช่วงที่เนื้อเยื่อกำลังปรับตัว

  • บำรุงผิวสม่ำเสมอ : ควรใช้ครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ชั้นผิว เพื่อช่วยรักษาคอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้คงอยู่ได้นานขึ้น

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีแก้แก้มหย่อนคล้อย

  1. ประเมินความคาดหวัง : หากต้องการความเปลี่ยนแปลงชัดเจน การร้อยไหมหรือสารเติมเต็มอาจตอบโจทย์ แต่หากต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว กลุ่มเครื่องมือพลังงานจะเหมาะสมกว่า

  2. ความพร้อมเรื่องการพักฟื้น : สำหรับผู้ที่ต้องกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ควรเลือกกลุ่มหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดเพื่อลดระยะเวลาการพักฟื้น

  3. ตรวจสอบมาตรฐาน : ควรเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหาและเพื่อให้ผิวพรรณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ตารางสรุปหัตถการแก้แก้มหย่อนคล้อย หน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก

หัตถการ

รูปแบบการทำงาน

จุดเด่น

ระยะพักฟื้น

เครื่องยกกระชับ (HIFU/RF)

ใช้คลื่นพลังงานความร้อน

กระตุ้นคอลลาเจน ปรับคุณภาพผิวให้แน่นขึ้น

ไม่ต้องพักฟื้น

สารเติมเต็ม

เติมปริมาตรพยุงโครงสร้าง

ช่วยเติมเต็มจุดที่ยุบตัวและพยุงผิวให้ยกขึ้น

1-3 วัน

Hybrid Lifting

เติมเต็มร่วมกับกระตุ้นคอลลาเจน

ยกกระชับพร้อมฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้รัดตึงยาวนาน

1-3 วัน

ร้อยไหม

ใช้ไหมละลายดึงเนื้อเยื่อ

ช่วยยกแก้มที่ตกและปรับกรอบหน้าให้ชัด

3-7 วัน

ผ่าตัดดึงหน้า

ผ่าตัดจัดเรียงเนื้อเยื่อใหม่

แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยระดับรุนแรงได้ดี

2-4 สัปดาห์

ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยและร่องแก้มลึกสามารถดูแลได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีคลื่นพลังงานไปจนถึงการปรับโครงสร้างผิวชั้นลึก สิ่งสำคัญคือการเลือกหัตถการและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจากสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้การฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างเหมาะสม ให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูดีในแบบที่เป็นคุณและแลดูอ่อนวัยอย่างมีคุณภาพที่สุด

ข้อมูลอ้างอิง

  1. What Causes Sunken Cheeks and Can They Be Treated. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/sunken-cheeks.

  2. Combined and Hybrid Treatments of Hyaluronic Acid (HA) and Calcium Hydroxylapatite (CaHA): A Systematic Review of Mechanisms of Action, Aesthetic Effectiveness, Satisfaction, and Safety Profile. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12594701/.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย (FAQs)

Q: แก้มหย่อนคล้อยในคนผอม กับคนที่มีแก้มเยอะ แก้ไขต่างกันอย่างไร ?

A: คนผอมมักต้องการการเติมเต็มเพื่อสร้างฐานพยุงผิว ส่วนคนแก้มเยอะควรโฟกัสการกระชับชั้นไขมันร่วมกับการดึงผิวให้รัดตึงขึ้น

Q: หากต้องการทั้งยกแก้มและอยากให้ผิวดูแน่นสุขภาพดีขึ้นด้วย ควรเลือกทำอะไร ?

A: แนะนำนวัตกรรมกลุ่ม Hybrid ที่รวมประสิทธิภาพการยกกระชับและการกระตุ้นคอลลาเจนไว้ด้วยกัน ซึ่งจะช่วยพยุงแก้มที่ตกให้ยกขึ้น พร้อมเปลี่ยนคุณภาพผิวให้แลดูรัดตึงในระยะยาว

Q: ควรเริ่มทำหัตถการยกกระชับแก้มตั้งแต่อายุเท่าไร ?

A: สามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นร่องแก้มชัดขึ้น การเริ่มทำหัตถการกลุ่มคลื่นพลังงานตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยรักษาโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและชะลอปัญหาแก้มห้อยย้อยรุนแรงในอนาคต

Q: ทำหัตถการครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำบ่อยไหม ?

A: กลุ่มคลื่นพลังงานหรือร้อยไหมอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีเศษ ส่วนนวัตกรรม Hybrid และสารเติมเต็มมักอยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

Q: หากหยุดทำหัตถการ แก้มจะกลับมาหย่อนคล้อยมากกว่าเดิมหรือไม่ ?

A: ไม่ได้หย่อนมากกว่าเดิม แต่ผิวจะกลับไปเสื่อมสภาพตามกระบวนการร่วงโรยตามธรรมชาติ การทำหัตถการเสมือนการหยุดเวลาผิวไว้ชั่วขณะ หากหยุดทำ ผิวก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามอายุขัยจริงและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

Q: ถ้าไม่มีเวลาพักฟื้นเลย ควรเลือกหัตถการกลุ่มไหนเป็นอันดับแรก ?

A: แนะนำกลุ่มเครื่องมือใช้คลื่นพลังงาน (HIFU หรือ RF) และนวัตกรรม Hybrid ยกกระชับพร้อมเสริมโครงสร้างผิว เนื่องจากไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าและกลับไปทำงานได้ทันที โดยจะเห็นผลลัพธ์ความกระชับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน