Key takeaway

ปัญหาขมับตอบหรือขมับยุบเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อสัดส่วนของใบหน้าอย่างชัดเจน ทำให้หน้าดูแข็ง โทรม และแลดูอ่อนเยาว์น้อยลง โดยทั่วไป ขมับยุบเกิดจากโครงสร้างของใบหน้า อายุ น้ำหนัก หรือไลฟ์สไตล์ การประเมินระดับของปัญหาจึงสำคัญก่อนเลือกวิธีแก้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเอง การปรับลุค หรือการเติมปริมาตรเฉพาะจุด โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง และทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูกลมกลืนในระยะยาว

รู้หรือไม่ ? ความจริงแล้วใบหน้าที่ดูสมส่วนมักไม่ได้ขึ้นอยู่แค่จมูกหรือคางอย่างที่หลายคนโฟกัส แต่ “ขมับ” ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อภาพรวมอย่างชัดเจน คุณอาจไม่ทันสังเกตว่า เมื่อขมับเริ่มตอบหรือยุบลงใบหน้าจะดูเปลี่ยนไปทันที ทั้งความอ่อนเยาว์ ความละมุน และแม้แต่ความมั่นใจ เพราะขมับคือจุดที่เชื่อมต่อเส้นโค้งของใบหน้าทั้งหมด ตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงโหนกแก้ม หากบริเวณนี้ดูเต็มพอดี ใบหน้าจะแลดูมีมิติมากขึ้น ในทางกลับกัน หากขมับยุบเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้โครงหน้าดูแข็งขึ้นได้

ขมับตอบ ขมับยุบคืออะไร ? ดูอย่างไรว่าตัวเองมีปัญหานี้

ขมับ คือ บริเวณด้านข้างของหน้าผาก อยู่ระหว่างหางคิ้วไปจนถึงช่วงบนของโหนกแก้ม เป็นจุดเชื่อมระหว่างหน้าผากและกรอบหน้า

  • ลักษณะขมับปกติ : เรียบเนียน โค้งรับกับหน้าผากและโหนกแก้ม

  • ลักษณะขมับตอบหรือยุบ : เป็นแอ่งลึก เห็นเงาชัด ทำให้โหนกแก้มดูเด่นขึ้น

ดังนั้น หากคุณต้องการเช็กตัวเองแบบง่าย ๆ ว่าขมับตอบไหม ให้ลองส่องกระจกในแสงธรรมชาติ แล้วสังเกตว่าเข้าข่ายต่อไปนี้หรือไม่

  • โหนกแก้มดูเด่นเกินไป

  • ช่วงขมับมีเงาลึกหรือเว้า

  • กรอบหน้าดูไม่ต่อเนื่อง

เมื่อสังเกตบริเวณเหล่านี้แล้ว จะช่วยคุณให้เห็นภาพว่าขมับของตัวเองอยู่ในระดับไหน ไม่ว่าจะเป็นเพียงเล็กน้อยหรือเริ่มชัดเจนมากขึ้น การรู้ทันตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้สามารถเลือกวิธีดูแลหรือปรับลุคได้อย่างเหมาะสม 

ขมับยุบเกิดจากอะไรได้บ้าง ?

แม้ปัญหาขมับยุบจะดูเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ บนใบหน้า แต่จริง ๆ แล้วมีหลายปัจจัยที่ส่งผลร่วมกัน ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละคน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

ลองมาดูกันว่า สาเหตุของปัญหาขมับยุบเกิดจากอะไรได้บ้าง และคุณเข้าข่ายข้อไหนมากที่สุด

โครงสร้างกะโหลกและพันธุกรรม

สำหรับบางคน ปัญหาขมับยุบ ขมับตอบ ถือเป็นลักษณะโครงสร้างใบหน้าที่มีมาตั้งแต่กำเนิด โดยเฉพาะผู้ที่มีช่วงขมับแคบหรือกระดูกบริเวณนี้มีความเว้าเล็กน้อยตามพันธุกรรม แม้อายุยังน้อยแต่ใบหน้าก็ดูมีเงาลึกบริเวณขมับได้ง่าย ซึ่งลักษณะนี้มักทำให้โหนกแก้มดูเด่นชัดขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าดูคมมากกว่าละมุน

อายุที่เพิ่มขึ้น การยุบตัวของกระดูก ไขมัน และเนื้อเยื่อรอบขมับ

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นแค่ผิวด้านนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างภายใน เช่น กระดูก ไขมัน และเนื้อเยื่อที่ค่อย ๆ ลดลงหรือเคลื่อนตัว ส่งผลให้บริเวณขมับซึ่งเคยดูเต็ม อาจเริ่มยุบตัวลงอย่างช้า ๆ จนเกิดเป็นเงาลึกที่เห็นได้ชัดขึ้น

น้ำหนักลดเร็วเกินไป

การลดน้ำหนักแบบฮวบฮาบมีผลต่อใบหน้าอย่างชัดเจน เพราะไขมันบริเวณใบหน้าจะลดลง ทำให้จุดที่เคยดูเต็ม เช่น แก้มและขมับ เริ่มแฟบลงอย่างรวดเร็ว หลายคนจึงรู้สึกว่าหน้าดูโทรมหรือไม่สดใสเหมือนเดิม

การจัดฟัน การเคี้ยวอาหาร และกล้ามเนื้อขมับที่เล็กลง

อีกหนึ่งสาเหตุที่หลายคนอาจไม่ทันนึกถึง คือ พฤติกรรมการใช้งานกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เช่น การเคี้ยวอาหารข้างเดียว หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฟันจากการจัดฟัน ซึ่งอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อบริเวณขมับโดยตรง เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลงหรือเกิดการปรับตัว กล้ามเนื้ออาจเล็กลงหรือฝ่อตัว ทำให้ขมับดูตอบมากขึ้น

การขาดสารอาหาร นอนน้อย เครียด สูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์

การนอนน้อย ความเครียดสะสม รวมถึงพฤติกรรมอย่างการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ อาจส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและดูไม่สดใส ขณะเดียวกัน การขาดสารอาหารที่จำเป็นก็อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถคงสภาพเนื้อเยื่อได้เต็มที่ ส่งผลให้ใบหน้าดูซูบลง รวมถึงบริเวณขมับที่ยุบตัวได้ง่ายขึ้น

เปิดตำราศาสตร์จีน ขมับตอบ โหงวเฮ้งดีหรือไม่ ?

ศาสตร์โหงวเฮ้งเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเชื่อมโยง “รูปหน้า” เข้ากับบุคลิก พลังชีวิต และโอกาสในด้านต่าง ๆ ของชีวิต โดยเฉพาะบริเวณขมับที่แม้จะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่กลับถูกมองว่าเป็นจุดสมดุลใบหน้าและพลังงานโดยรวม

ตำแหน่งขมับในโหงวเฮ้งหมายถึงอะไร ?

ในศาสตร์จีน ขมับเปรียบเสมือน “ตำแหน่งของการเดินทางและโอกาส” (Travel Palace) เชื่อมโยงกับพลังชีวิต การเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ และความก้าวหน้าในชีวิต

ลักษณะขมับที่ถือว่าโหงวเฮ้งดี

ตามหลักโหงวเฮ้ง ขมับที่ดีไม่จำเป็นต้องเต็มมาก แต่ควรมีความพอดีกับองค์ประกอบอื่น ๆ ของใบหน้า โดยลักษณะที่มักถูกมองว่าดี ได้แก่

  • ผิวบริเวณขมับดูเรียบเนียน ไม่มีร่องลึกหรือเงาชัด

  • มีความโค้งรับกับหน้าผากและโหนกแก้มอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ซ้าย–ขวาสมดุลกัน ไม่เว้าหรือยุบด้านใดด้านหนึ่ง

ลักษณะดังกล่าวช่วยให้ใบหน้าดูละมุน ไม่แข็งจนเกินไป อีกทั้งในเชิงภาพลักษณ์ยังทำให้ดูเข้าถึงง่าย น่าเชื่อถือ และมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนมักรู้สึกว่าใบหน้าลักษณะนี้ดูดี มองแล้วสบายตา

หากขมับตอบมากไป ลักษณะของโหงวเฮ้งจะเป็นอย่างไร ?

หากขมับยุบลึกหรือเห็นเป็นแอ่งชัด ในมุมโหงวเฮ้งมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของความไม่สมดุลในพลังชีวิต โดยเฉพาะในด้านโอกาสและการสนับสนุนจากรอบข้าง

บางตำรามองว่า คนที่มีขมับตอบอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นในการสร้างความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม การตีความนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อจำกัด แต่เป็นเพียง “แนวโน้ม” ตามความเชื่อเท่านั้น

ในความเป็นจริง ภาพลักษณ์ที่ดูแข็งหรือคมจากปัญหาขมับยุบ อาจส่งผลต่อ First Impression มากกว่า เช่น ทำให้ดูเข้าถึงยาก หรือดูเคร่งขรึมโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นใจในบางสถานการณ์

ขมับยุบทำไงดี ? รวมวิธีแก้ตั้งแต่เบื้องต้นไปจนถึงการปรับรูปหน้า

เมื่อเริ่มสังเกตว่าขมับตัวเองดูตอบหรือยุบ หลายคนมักตั้งคำถามทันทีว่า ขมับตอบแก้อย่างไรได้บ้าง จริง ๆ แล้วคำตอบขึ้นอยู่กับระดับของปัญหา ไลฟ์สไตล์ และผลลัพธ์ที่ต้องการ

ประเมินตัวเองก่อน เล็ก–ปานกลาง–มาก ควรแก้ระดับไหน

ก่อนจะตัดสินใจว่าขมับยุบแก้ยังไง สิ่งแรกที่ควรทำคือประเมินระดับของปัญหา เพราะแต่ละระดับเหมาะกับวิธีดูแลที่ต่างกัน ดังนี้

  • ระดับเล็กน้อย : ขมับมีเงาบาง ๆ ยังไม่เป็นแอ่งชัด มักสังเกตเห็นเฉพาะเวลาถ่ายรูปหรือเจอแสงเฉียง

  • ระดับปานกลาง : เริ่มเห็นความเว้าชัดขึ้น โหนกแก้มดูเด่นขึ้น ใบหน้าอาจดูแข็งกว่าปกติ

  • ระดับมาก : ขมับยุบลึก เห็นเป็นแอ่งชัดเจน ทำให้กรอบหน้าขาดความต่อเนื่อง

วิธีดูแลตัวเองสำหรับเคสขมับตอบเล็กน้อย

  • ควบคุมน้ำหนักให้ค่อยเป็นค่อยไป การลดน้ำหนักเร็วเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ขมับตอบแบบไม่รู้ตัว เพราะไขมันบนใบหน้าจะลดลงเร็วตามไปด้วย

  • เลือกโภชนาการที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู การรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ไขมันดี และวิตามิน เช่น วิตามินซีและอี จะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นในภาพรวม

  • การพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ การนอนน้อยหรือความเครียดสะสมสามารถทำให้ใบหน้าดูโทรมได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณที่มีความบางอย่างขมับ

  • การดูแลผิวด้วยสกินแคร์ แม้สกินแคร์จะไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าได้ แต่สามารถช่วยให้ผิวบริเวณขมับดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้นได้ เมื่อผิวดูอิ่มน้ำ เงาที่เกิดจากความยุบจะดูน้อยลง

แนวทาง “เติมปริมาตร” เพื่อปรับขมับให้ดูสมส่วน

  • การเติมขมับด้วยสารเติมเต็ม เป็นหนึ่งในหัตถการใบหน้าที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถปรับรูปหน้าได้แบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของตัวเองไว้

  • การเติมไขมันตัวเองบริเวณขมับ เป็นการนำไขมันจากร่างกายตัวเองมาปรับบริเวณขมับ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนและกลมกลืนกับใบหน้า ข้อดีคือเป็นเนื้อเยื่อของตัวเอง จึงให้สัมผัสที่ดูแนบเนียน

  • การปรับโครงสร้างขมับด้วยการผ่าตัด ช่วยปรับรูปทรงบริเวณขมับให้ดูเต็ม ทำให้กรอบหน้าดูต่อเนื่องมากขึ้น เหมาะสำหรับเคสที่ขมับยุบลึกจากโครงสร้างกระดูก และต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ในระยะยาว

shutterstock_2585212955

เปรียบเทียบวิธีแก้ขมับตอบ แบบไหนที่เหมาะสำหรับคุณ ?

เมื่อเข้าใจสาเหตุและแนวทางแก้ไขเบื้องต้นแล้ว คำถามถัดมาที่หลายคนสงสัยคือ ควรเลือกวิธีไหนดี เพราะแต่ละวิธีล้วนให้ผลลัพธ์ต่างกัน ทั้งเรื่องระยะเวลา ความแนบเนียน และการดูแลหลังทำ

ตารางด้านล่างนี้จะช่วยสรุปภาพรวมให้เห็นชัดขึ้น เพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบและเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

วิธีแก้ขมับ

เหมาะกับเคสแบบไหน

ระยะเห็นผล

ระยะคงอยู่ของผลลัพธ์

การพักฟื้น

ข้อควรระวัง

สารเติมเต็มขมับ

ขมับตอบเล็ก–ปานกลาง ต้องการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป

ทันที

6-18 เดือน

1-3 วัน (อาจมีบวมช้ำเล็กน้อย)

ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ โดยเฉพาะบริเวณเส้นเลือด

เติมไขมันขมับ

ต้องการความเป็นธรรมชาติ ใช้เนื้อเยื่อตัวเอง

2-4 สัปดาห์ (หลังยุบบวม)

อยู่ได้นานหลายปี (บางส่วนสลาย)

5-14 วัน (มีทั้งจุดดูดและฉีด)

ไขมันอาจติดไม่เท่ากัน ต้องเผื่อปริมาณ

ผ่าตัดเสริมขมับ

ขมับเว้าลึกจากโครงสร้าง ต้องการผลระยะยาว

2-4 สัปดาห์ (เห็นรูปชัดหลังยุบบวม)

ถาวร

2-4 สัปดาห์

เป็นการผ่าตัด ต้องดูแลแผลและเลือกแพทย์อย่างรอบคอบ

จะเห็นได้ว่าแต่ละวิธีมีจุดเด่นต่างกัน ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากกว่า ดังนั้น การเลือกให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเน้นความสะดวก ความเป็นธรรมชาติ หรือผลลัพธ์ระยะยาว จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ

การดูแลตัวเองหลังแก้ขมับตอบ

หลายคนอาจโฟกัสแค่ตอนทำ แต่จริง ๆ แล้วการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวย กลมกลืน และลดโอกาสเกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นได้ สำหรับใครที่ต้องการให้ใบหน้าดูเข้าที่เร็วขึ้น สามารถปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ได้เลย

การประคบเย็น–อุ่น และการนอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดบวม

ในช่วง 1–3 วันแรก อาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณขมับ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของร่างกาย การประคบเย็นจะช่วยลดอาการบวมและความรู้สึกตึงได้ดี หลังจากนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นเพื่อช่วยให้การไหลเวียนดีขึ้น

นอกจากนี้ การนอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติเล็กน้อย จะช่วยลดการคั่งของของเหลวบริเวณใบหน้า ทำให้อาการบวมยุบเร็วขึ้นได้

การหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณขมับช่วงแรก

ควรหลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือแม้แต่การนอนทับข้างเดียวซ้ำ ๆ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก รวมถึงควรระวังเวลาล้างหน้า แต่งหน้า หรือสวมแว่น เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดโดยไม่รู้ตัว

อาหารและพฤติกรรมที่ช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น

ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด เพราะอาจทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและทำให้บวมมากขึ้น รวมถึงควรงดแอลกอฮอล์ เพราะมีผลต่อการไหลเวียนเลือดและการฟื้นตัวของผิว ในขณะเดียวกัน ควรเน้นดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนและผักผลไม้ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

สังเกตสัญญาณผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

แม้อาการบวมช้ำเล็กน้อยจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการที่ดูรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นตามเวลา เช่น ปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณขมับเปลี่ยนสีเป็นซีดหรือคล้ำเฉพาะจุด หรือมีอาการมองเห็นผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

ขมับอาจเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนใบหน้า แต่กลับมีผลต่อภาพรวมอย่างมาก ทั้งเรื่องความสมส่วน ความละมุน และภาพลักษณ์โดยรวม การเข้าใจว่าขมับยุบเกิดจากอะไร และรู้ว่าขมับตอบแก้ยังไง จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลหรือปรับลุคได้ดี ทั้งนี้ ควรให้ความสำคัญกับการเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่สามารถประเมินสภาพผิวตามหลักการที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีธรรมชาติหรือหัตถการ สิ่งสำคัญคือการประเมินตัวเองอย่างเหมาะสม และเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาแลดูอ่อนเยาว์และแนบเนียนสมกับเป็นตัวคุณที่สุด

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Observations on periorbital and midface aging. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17898614/.

  2. Aging of the facial skeleton: aesthetic implications and rejuvenation strategies. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20871486/.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาขมับยุบ ขมับตอบ (FAQs)

Q : ขมับตอบมีผลกับการแต่งหน้าแค่ไหน ต้องเปลี่ยนเทคนิคไหม ?

A : มีผลพอสมควร โดยเฉพาะการลงเฉดดิ้งและไฮไลต์ เพราะขมับที่ยุบจะทำให้เกิดเงาลึกโดยธรรมชาติ หากใช้เฉดดิ้งหนักเกินไปอาจยิ่งเน้นให้ดูตอบมากขึ้น แนะนำให้ใช้ไฮไลต์หรือผลิตภัณฑ์เนื้อโกลว์บริเวณขมับแทน เพื่อช่วยสะท้อนแสงให้ดูเต็มขึ้น และบาลานซ์กับโหนกแก้ม เทคนิคเล็ก ๆ นี้สามารถช่วยให้ใบหน้าดูละมุนขึ้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างจริง

Q : แก้มตอบกับขมับยุบเกิดจากสาเหตุเดียวกันไหม ต่างกันอย่างไร ?

A : แม้จะทำให้หน้าดูตอบเหมือนกัน แต่เป็นคนละตำแหน่งและอาจเกิดจากคนละสาเหตุ ขมับยุบจะอยู่ด้านข้างหน้าผาก ส่วนแก้มตอบจะอยู่บริเวณกลางใบหน้า บางคนอาจเป็นพร้อมกันได้ เช่น กรณีลดน้ำหนักเร็วหรือไขมันใบหน้าลดลง อย่างไรก็ตาม การประเมินแยกตำแหน่งจะช่วยให้เลือกวิธีดูแลหรือปรับลุคได้แม่นยำมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งหน้าเสมอไป

Q : ขมับตอบทำให้หน้าดูโทรมแม้พักผ่อนพอ จริงไหม ?

A: เป็นไปได้ เพราะขมับที่ยุบจะสร้างเงาบนใบหน้า ทำให้ภาพรวมดูไม่สดใส แม้จะนอนครบหรือดูแลผิวดีแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในแสงด้านข้างหรือเวลาถ่ายรูป เงาจะยิ่งชัดขึ้น จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อยหรือไม่สดใส ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของโครงหน้า ไม่ใช่แค่สภาพผิวหรือการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว

Q : คนผอมมีโอกาสขมับตอบมากกว่าคนทั่วไปไหม ?

A: โดยทั่วไป คนที่มีไขมันใต้ผิวน้อย โดยเฉพาะคนที่รูปร่างผอมมากหรือมีไขมันบนใบหน้าน้อย มักมีแนวโน้มขมับตอบได้ง่ายกว่า เพราะไม่มีชั้นไขมันมาช่วยเติมเต็มบริเวณขมับ ทำให้เห็นโครงกระดูกชัดขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและโครงหน้าของแต่ละคนด้วย ไม่ใช่ว่าคนผอมทุกคนจะต้องมีขมับยุบเสมอไป

Q : ถ้าไม่อยากทำหัตถการเลย มีวิธีไหนช่วยให้ขมับดูเต็มขึ้นได้บ้าง ?

A: หากไม่ต้องการปรับรูปหน้าโดยตรง ยังมีวิธีช่วยพรางได้ เช่น การเลือกทรงผมที่มีวอลลุ่มช่วงขมับ การใช้เมกอัปช่วยสะท้อนแสง หรือการเลือกแว่นและเครื่องประดับเพื่อดึงสายตาไปจุดอื่น แม้จะไม่เปลี่ยนโครงสร้างจริง แต่สามารถช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูสมส่วนและแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน